ราชวงศ์ฉาว (晁朝)
ราชวงศ์ต้าฉาว คือยุคสมัยในมิติคู่ขนานของซีรีส์ “จิ่วโจว” (九州) ซึ่งเป็นซีรีส์นิยายแฟนตาซี ราชวงศ์ต้าฉาวคือราชวงศ์ที่ปกครองแผ่นดินจีนแบบรวมทั้งแผ่นดินต่อจากราชวงศ์เสี่ยน (燹朝) ราชวงศ์ต้าฉาวมีอายุราชวงศ์ยาวนานประมาณแปดร้อยปี
ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ฉาวคือฉาวเกาตี้ (晁高帝) เมื่อฉาวเกาตี้ จ้าวแคว้นฉาวซึ่งเป็นเมืองขึ้นของราชวงศ์เสี่ยนล้มล้างราชวงศ์เสี่ยนลงได้แล้ว ได้ใช้ “ฉาว” (晁) เป็นชื่ออาณาจักร และแบ่งแผ่นดินใต้ปกครองของอาณาจักรทั้งหมดออกเป็นเก้าโจว[1] พร้อมทั้งแต่งตั้งผู้ว่าการคอยควบคุมดูแลแต่ละโจว ซึ่งนี่คือที่มาของคำว่า “จิ่วโจว”
ปลายราชวงศ์ฉาว เนื่องจากท้องที่อวิ๋นว่าง (云望) ทำการขุดคลองคมนาคมขนส่ง ส่งผลให้น้ำทะเลหนุนเข้ามาท่วมแผ่นดิน แผ่นดินใหญ่จิ่วโจวซึ่งเดิมทีเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวได้ถูกผืนทะเลกลางแผ่นดินใหญ่แบ่งออกเป็นแผ่นดินบูรพา แผ่นดินประจิม และแผ่นดินอุดร
ในฐานะที่เป็นราชวงศ์ระบบทาสลำดับที่สองในประวัติศาสตร์ของจิ่วโจว ราชวงศ์ฉาวได้อยู่ในยุครุ่งเรืองสูงสุดของระบบทาส ชนชั้นสูงเจ้านายของทาสคือชนชั้นปกครอง เรื่อง “บันทึกพักตร์ชาด” (《朱颜记》) และ “ชีวประวัติชิงเหิง” (《青蘅传》) ได้เกิดขึ้นในยุคต้นของราชวงศ์ฉาว
ประวัติศาสตร์
พระเจ้าเสี่ยนม่อตี้ (燹末帝) กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์เสี่ยนได้บ่ายทัพไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ นำทัพด้วยพระองค์เองไปปราบปรามเผ่าคัวฟู่ที่รบประจัญกับกองทัพราชวงศ์เสี่ยน ณ ชายแดนที่ราบแอ่งกระทะจวี้สือ (巨石) มาเป็นเวลานานแปดสิบกว่าปี
กองทัพราชวงศ์เสี่ยนที่ผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำด้วยศึกสงครามมาสองร้อยปีได้บุกล่วงลึกเข้าไปถึงใจกลางที่ราบแอ่งกระทะจวี้สืออย่างรวดเร็ว สุดท้ายการต่อสู้ตัดสิน ณ ที่ราบแอ่งกระทะจวี้สือได้จบลงด้วยชัยชนะของเผ่ามนุษย์ คัวฟู่ถูกขับไล่ไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซางโจว (殇州) กับฮั่นโจว (瀚州) แต่พระเจ้าเสี่ยนม่อตี้กลับสวรรคตลงในศึกปราบปรามครั้งนี้
เวลานั้นกษัตริย์ของเมืองขึ้นเมืองหนึ่งของราชวงศ์เสี่ยนได้ฉวยโอกาสเข้ายึดอำนาจปกครอง แล้วสถาปนาราชวงศ์ฉาวอันเป็นราชวงศ์ที่กองทัพรวบอำนาจขึ้น ก่อตั้งนครหลวงที่ภาคเหนือของจงโจว (中州) ประวัติศาสตร์เรียกขานว่าฉาวเกาตี้
เดือนห้า ปีที่หนึ่ง รัชกาลฉาวเกาตี้ ได้จัดมหาพิธีทางช้างเผือก แบ่งแผ่นดินทั่วหล้าเป็นแต่ละโจว ด้านตะวันออกตั้งหลานโจว (澜州), เยว่โจว (越州) ด้านเหนือตั้งซางโจว (殇州), ฮั่นโจว (瀚州), หนิงโจว (宁州) ด้านตะวันตกตั้งอวิ๋นโจว (云州), เหลยโจว (雷州) ภาคกลางตั้งจงโจว (中州), หว่านโจว (宛州) แต่ละโจวต่างตั้งผู้ว่าการ คำเรียกขานว่า “จิ่วโจว” ก็มีที่มาจากการนี้
เวลานั้นเนื่องจากสามทะเลกลางแผ่นดินยังไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้พื้นที่ของโจวที่ติดทะเลแต่ละโจวจึงใหญ่กว่าในปัจจุบันเล็กน้อย จิ่วโจวในเวลานั้น (นับรวมพื้นที่ของสามทะเลกลางแผ่นดินในภายหลัง) มีพื้นที่เกือบหนึ่งล้านหกแสนทั่ว (拓) (สิบห้าล้านตารางกิโลเมตร หนึ่งทั่วคือประมาณเก้าตารางกิโลเมตร) ไม่เพียงแค่ผืนแผ่นดินที่ถูกพิชิตเท่านั้น พื้นที่ชายแดนทั้งหมดที่ได้ทำการสำรวจมาแล้วต่างถูกรวบเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิต้าฉาวโดยในนามทั้งหมด และได้จัดสร้างแผนที่ภูมิประเทศของจิ่วโจวอันกว้างใหญ่ไพศาลขึ้น
ในบรรดาพื้นที่ทั้งหมดนี้ ความจริงแล้วพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือของซางโจวยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของเผ่าคัวฟู่ ที่ราบสูงเยี่ยเป่ย (夜北) ของหลานโจวยังคงรู้จักเพียงเจ็ดเผ่า ไม่รู้จักต้าฉาว ทุ่งหญ้าและเนินเขาส่วนใหญ่ของเยว่โจวได้ถูกเผ่ามนุษย์เข้าปกครองแล้ว แต่กับพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ใต้ดินอันกว้างใหญ่ไพศาล เผ่ามนุษย์กลับสุดจะเอื้อมมือไปจัดการได้ ส่วนหว่านโจวนั้นยึดครองแค่พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือไม่ถึงหนึ่งในห้าเท่านั้น
ส่วนหนิงโจว ในฐานะที่เป็นแคว้นเมืองขึ้นอย่างแท้จริง นับตั้งแต่เผ่าวิหค (羽族) ปกครองตัวเอง ฉาวเกาตี้จึงพระราชทานแซ่ “เฟิง (风), อวี่ (羽), จิง (经), เทียน (天), อี้ (翼), เฮ่อ (鹤), เสว่ (雪), เหว่ย (纬), อวิ๋น (云), ทัง (汤)” ให้แก่ชนชั้นสูงของเผ่าวิหค แต่การที่ฉาวเกาตี้ทรงจงใจมองข้ามตระกูลเสว่ทางภาคเหนือของหนิงโจวที่แข็งแกร่งทรงอิทธิพลมากที่สุด แล้วเลือกพระราชทานตำแหน่งผู้ว่าการหนิงโจวให้แก่อวี่หวง (羽皇 ก็คือตระกูลอวี่) ที่สูญเสียอำนาจและความสามารถในการควบคุมเมืองต่างๆ ในหนิงโจวไปแล้วนั้น ได้เป็นการหย่อนเมล็ดพันธุ์ของศึกภายในของเผ่าวิหคในภายหลังเอาไว้
ปีที่สี่รัชกาลฉาวเกาตี้ ได้ล้มล้างเจ็ดเผ่าที่ราบสูงเยี่ยเป่ย นับแต่นั้นมา นอกจากการกระทบกระทั่งกันในขอบเขตขนาดเล็กแล้ว แผ่นดินใหญ่จิ่วโจวได้พานพบกับความสงบสุขเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปีอย่างหาได้ยากยิ่งนับตั้งแต่ดวงอาทิตย์เริ่มฉายแสงเป็นต้นมา ทุกเผ่าต่างได้พบกับโอกาสที่ชายแดนได้พักผ่อนอย่างสงบสุขเป็นครั้งที่สอง ด้วยเหตุนี้ยุคนี้จึงได้ถูกขนานนามว่าเป็น “ยุคทอง” ของแผ่นดินใหญ่จิ่วโจว
ภายใต้การช่วยเหลือของเผ่าเหอลั่ว ราชวงศ์ฉาวได้สร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่และเครื่องจักรในการผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีงานไม้และงานหินปาฏิหาริย์หลายชิ้นที่เห็นแล้วต้องถอนหายใจด้วยความทึ่ง ระดับพลังในการผลิตได้เพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ อิทธิพลในด้านการทหารและเศรษฐกิจของจักรวรรดิที่แข็งแกร่งมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนี้ ได้บรรลุถึงจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของจิ่วโจว
ความเจริญอย่างล้นเหลือทางด้านวัตถุอันตรงกันข้ามกับความบกพร่องอย่างรุนแรงทางด้านจิตใจนี้ ได้ส่งผลให้ธรรมเนียมนิยมที่ฟุ้งเฟ้อไร้แก่นสารแพร่หลายไปทั่ว ตั้งแต่วัดวาอารามลงไปถึงชาวบ้านร้านตลาด ต่างถือความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ และมีการประชันขันแข่งกัน
มีนักประวัติศาสตร์กล่าวขานว่าประวัติศาสตร์แปดร้อยปีของราชวงศ์ฉาว หลงเหลือไว้เพียงสีที่สวยฉูดฉาดแต่ไร้กำลังสองสี คือสีทองกับสีชมพู
<>::<>::<>::<>::<>::<>
[1] เก้าโจว (九州 : Jiuzhou : จิ่วโจว); จิ่ว (九) แปลว่า 9; โจว (州) คือชื่อเขตปกครองในยุคโบราณของจีน ขนาดเท่ากับ “มณฑล” (省) ที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง แต่มีอิสระในการปกครองตัวเองมากกว่ามณฑล