หัวข้อ : อารัมภบท เจ้าหญิงผู้พลีชีพเพื่อแคว้น

โพสต์เมื่อ 5 พ.ย. 2568, 09:28

อารัมภบท

๏ เจ้าหญิงผู้พลีชีพเพื่อแคว้น

 

เหล่าผู้เล่าเรื่องในโรงน้ำชานั้น หากมีอายุสักหน่อย น่าจะต่างเคยได้ฟังเรื่องเล่าเก่าแก่ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงแคว้นเว่ยเมื่อหกสิบเจ็ดปีก่อนกันทุกราย

เรื่องนั้นแต่เดิมรูปร่างเป็นอย่างไร บัดนี้ไม่มีผู้ใดบอกกล่าวได้ชัดเจน แต่ทุกช่วงของเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้นั้น ไม่ว่าจะดำเนินไปเช่นไร ต้นสายปลายเหตุอันเติมเต็มเรื่องเล่าต่างเป็นเหมือนกันเสมอมา

ต้นสายปลายเหตุกล่าวว่า เมื่อหลายปีก่อน เว่ยกงผู้เป็นจ้าวแคว้นเว่ยได้ล่วงเกินแคว้นเฉิน สี่ปีให้หลังแคว้นเฉินสบโอกาส ซูอวี้ รัชทายาทแห่งแคว้นเฉินรับตำแหน่งจอมทัพนำทัพออกรบด้วยพระองค์เอง บุกเข่นฆ่าถึงเมืองหลวงแคว้นเว่ย พิชิตแคว้นเว่ยแพ้ราบคาบในคราวเดียว เว่ยกงและเหล่าพระราชวงศ์ที่อ่อนแอของแคว้นเว่ยเลือกที่จะยอมสวามิภักดิ์ แต่เยี่ยเจิน เจ้าหญิงองค์สุดท้องของแคว้นเว่ยกลับยอมตายไม่ยอมสยบ แต่งพระองค์เต็มยศประทับยืนบนกำแพงเมืองหลวง ตรัสตำหนิตั้งแต่จ้าวแคว้นลงไปถึงสามเหล่าทัพ หลังตำหนิอย่างดุดันจบ ได้หมอบกราบไปทางวังหลวงสามครั้ง เหินร่างกระโดดลงจากกำแพงเมืองสูงร้อยจ้าง[1]พลีร่างเพื่อแคว้น

อาลักษณ์จารจารึกพงศาวดาร ได้เรียกขานเหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งตำนานพิสดาร ยิ่งมีกษัตราธิราชในยุคหลังลิขิตเสริมในพงศาวดารว่า เยี่ยเจิน เจ้าหญิงแห่งแคว้นเว่ย ได้แสดงถึงศักดิ์ศรีสุดท้ายที่มีอยู่น้อยนิดของแคว้นเว่ย เป็นยอดหญิงใจเด็ด

หกสิบเจ็ดปี ต้าฉาวแยกแล้วรวม รวมแล้วแยก เรื่องราวเมื่อครั้งนั้นผ่านมาเนิ่นนานเกินไป ยามชาวบ้านย้อนระลึกถึงมัน ได้เหมือนย้อนระลึกถึงหนึ่งช่วงตำนานพิสดาร และถึงแม้การพลีชีพเพื่อแคว้นของเจ้าหญิงเยี่ยเจินจะชวนให้ตื้นตันใจอย่างลึกล้ำ เมื่อถอดความศักดิ์สิทธิ์และสง่างามองอาจออก กลับไม่ชวนลุ่มหลงชั่วนิรันดร์เท่าหนึ่งช่วงสายลมจันทรา ดังเช่นในสงครามระหว่างแคว้นเฉินกับแคว้นเว่ย เรื่องที่กระตุ้นให้ชนชาวโลกสนใจมากที่สุดตลอดกาล คือความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างเยี่ยเจินกับซูอวี้ รัชทายาทแห่งแคว้นเฉิน แม้จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยก็ตามว่านั่นเป็นความจริงหรือไม่ 

พงศาวดารของต้าฉาวได้ลงหมึกจารึกถึงความเกี่ยวพันระหว่างซูอวี้กับเยี่ยเจินอยู่บ้าง แต่ลงหมึกไม่มากนัก จารึกเพียงเรื่องเล็กน้อยเรื่องหนึ่งว่า ยามที่ซูอวี้ รัชทายาทแห่งแคว้นเฉินรับการสวามิภักดิ์ ณ ท้องพระโรงแคว้นเว่ย และรับตราพระราชลัญจกรที่สืบทอดกันมาซึ่งเว่ยกงถวายให้ ได้เคยตรัสถามเว่ยกงว่า

“ฟังว่าเจ้าหญิงเหวินชางของแคว้นท่านคือยอดหญิงอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งยุคนี้ พิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด ล้วนเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะวาดภาพทิวทัศน์ได้เป็นเลิศ โดยเว่ยกงเคยยกตราพระราชลัญจกรที่สืบทอดกันมาดวงนี้เปรียบกับนาง ไม่ทราบว่าวันนี้องค์หญิงเหวินชางพอจะให้เกียรติเรา ช่วยวาดหน้าพัดให้สักภาพได้หรือไม่?”

‘เจ้าหญิงเหวินชาง’ คือราชทินนามของเยี่ยเจินผู้พลีชีพเพื่อแคว้นนั่นเอง มีความหมายว่าถึงพร้อมด้วยความรอบรู้และคุณธรรม

ในพงศาวดารจารจารึกเพียงน้อยนิด ผู้ที่ทราบเรื่องเมื่อครั้งกระนั้นได้สลายเป็นเถ้าธุลีไปเนิ่นนานในช่วงเวลาหกสิบเจ็ดปีที่โลกหล้าผันแปรนี้ เรื่องเล่าเก่าก่อนอันโศกเศร้าฮึกหาญและเป็นตำนานนี้ จึงพลอยจมฝุ่นธุลีจนหมดสิ้นเช่นกัน แม้จะมีเรื่องเล่าขานในหมู่ชาวบ้าน ก็เพียงแค่คว้าจับเงา ทั้งยังไม่ทราบจริงเท็จ และหากคิดจะเรียบเรียงเรื่องเล่านี้อย่างถี่ถ้วนจริงๆ ยังต้องย้อนกลับไป เริ่มเล่ากันตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิของเมื่อหกสิบเจ็ดปีก่อน



<>::<>::<>::<>::<>::<>
 

[1]  ในที่นี้เพียงแต่เปรียบเปรยว่ากำแพงเมืองสูงมาก ไม่ได้สูงร้อยจ้างจริงๆ

หลินโหม่ว เข้าร่วมเมื่อ 5 พ.ย. 2568, 09:28

0 ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น